| |
|
|
 |
 |
| แล้วใช้สาย Fiber
Optic Patch Cord Cable เชื่อมสาย Fiber ทั้ง 2 เส้นเข้าหากัน ซึ่งการทำในลักษณะนี้ซึ่งการทำ |
 |
|
 |
| ในลักษณะนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความยาวของระบบเครือข่ายปลายทางแล้ว ยังสามารถดูแลรักษาและสำรองเส้น |
| ทางของสาย Fiber ได้ถ้าหากมีเส้นใดเส้นหนึ่งขาดไปโดยทำการสลับเส้นที่ใช้สาย Patch
Cord เชื่อมโยงกันไป |
| แต่ทว่าควรคำนึงถึงค่าลดทอนของระบบ ว่าไม่ควรเกินมาตรฐานที่กำหนดสำหรับแบบถาวร เป็นการเชื่อมสาย |
| Fiber
Optic โดยทำการนำสายใยแก้ว เส้นเดิมและเส้นใหม่ หลอมให้ติดเป็น แท่งแก้วเส้นเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า |
| "Splice" สาย Fiber
Optic ซึ่งให้ความสำคัญตั้งแต่ การตัดให้หน้าตัดสายทั้ง 2 เส้น เรียบ , ตรง จากนั้นทำการ |
| วางสายทั้งสองเส้นให้ ตรงกันจากนั้นก็ หลอมสายทั้ง 2 เส้นให้เป็นเนื้อเดียวกันโดย ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า |
| "Fusion
Splice" แล้วใส่อุปกรณ์ป้องกันสายสัญญาณอีกชั้นหนึ่งเพื่อความแข็งแรง ซึ่งวิธีการแบบนี้ให้ความแข็ง |
 |
|
 |
| แรงในการเชื่อมต่อเป็นอย่างมากอีกทั้งยังเกิดค่าลดทอนของสายบริเวณรอยต่อประมาณ 0.1
db ซึ่งน้อยกว่าการ |
| เชื่อมต่อแบบชั่วคราว ซึ่งมีค่าประมาณ 0.75
db สำหรับการเชื่อมต่อสายสัญญาณ Fiber
Optic โดยการ Splice |
| จะนิยมมากใน วงการติดตั้งสายสัญญาณโทรคมนาคม ที่มีการเชื่อมต่อเป็นระยะไกล และค่าลดทอนของสาย |
| สัญญาณไม่มากนัก เช่นเดียวกันวงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะใช้งาน Splice ในการเชื่อมโยงสาย Fiber
Optic |
| แล้วยังคงเชื่อมระหว่างสาย Fiber
Optic กับสาย Pigtail ซึ่งเป็นสายใยแก้วที่เชื่อมกับหัว Connector สำเร็จมา |
| จากโรงงานซึ่ง มีการควบคุมความแข็งแรง ค่าลดทอนได้มาตรฐานมาจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ดังนั้นประ- |
| โยชน์ของการเชื่อมต่อสาย Fiber
Optic จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบเครือข่าย และผู้ที่ออกแบบสามารถปรับปรุงและ |
| สร้างสรรค์ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากรได้อีก |
| ทางหนึ่ง |
|